TLSS TIPS | EP.14 : อุปกรณ์สุดสำคัญแต่ไม่เป็นที่ต้องการ ? (เวอร์ชันภาษาไทย)
ถ้าให้พูดถึงเครื่องแต่งกายในการเล่นฟุตบอล สำหรับทุกท่านแล้ว คิดเร็วๆก็คงจะเป็น รองเท้าฟุตบอล ถุงเท้า เสื้อ และกางเกง พื้นฐาน 4 ชิ้นนี้ ไม่ว่าคุณจะไปถามใครก็คงพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันอยู่แล้ว
ซึ่งฟุตบอลอาจจะเป็นหนึ่งในไม่กี่กีฬาก็ได้ที่เครื่องแบบอย่างถูกต้องเป็นทางการของนักกีฬาอาชีพนั้น ต่างจากเครื่องแบบของผู้คนที่เล่นกีฬานี้แบบทั่วๆไป
หากคุณลองมองไปที่กีฬาอื่นๆที่อยู่รอบตัว นักกีฬาวิ่งกับคนที่วิ่งทั่วไป แทบจะใส่อุปกรณ์ที่จำเป็นเหมือนกันหมด เช่นเดียวกับ แบดมินตัน บาสเกตบอล เทนนิส หรือกอล์ฟ
สำหรับกีฬาเหล่านี้ อุปกรณ์สำหรับผู้ใช้จะเพิ่มขึ้นตามระดับความสามารถของผู้เล่นเป็นหลักในแง่"สเปค" หรือก็คือ อุปกรณ์และเครื่องแต่งกายของระหว่างผู้เล่นอาชีพกับผู้เล่นทั่วไปนั้น แทบจะเป็นเซ็ตเดียวกันเลย ต่างกันแค่คุณภาพของอุปกรณ์เท่านั้น
แต่กับฟุตบอลนั้นไม่ใช่ มีอุปกรณ์หนึ่งที่คุณแทบจะไม่เห็นใครใส่มันเลยในระดับการเล่นทั่วไป โดยที่คนส่วนใหญ่จะหยิบมันมาใส่ก็ต่อเมื่อเป็น"การเล่นแบบจริงจัง" หรือเป็น"การแข่งขัน"เท่านั้น ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ จะมีความสำคัญ และมีไว้เพื่อช่วยป้องกันและปกป้องตัวคุณเองจากอาการบาดเจ็บที่รุนแรงได้ก็ตาม
ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึงสนับแข้ง
ออกตัวก่อนเลยว่า ปกติแล้วตัวผู้เขียนเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เหมือนกับทุกๆคนนั่นแหละ คือจะหาสนับแข้งมาใส่ก็ต่อเมื่อมันเป็นการแข่งขันที่"โดนบังคับ"ให้ใส่เท่านั้น ปกติแล้วก็ไม่เคยคิดที่จะใส่สนับแข้งในการเล่นฟุตบอลเลย
เหตุผลรองรับมากมายครับ เสียเวลา ใส่ยาก ขี้เกียจพกพา ขี้เกียจใส่ เทอะทะ รบกวนการเล่น ขยับไปมาระหว่างเล่น หนัก นี่ยังไม่พูดถึงว่าปกติแล้วหลายๆท่านจะไม่ใส่ถุงเท้ายาวในการเล่น จะใส่เพียงแค่ถุงเท้าครึ่งแข้งเท่านั้น ซึ่งมันก็จะทำให้ไม่มีอะไรมารัดสนับแข้งอีก
เรียกง่ายๆว่าข้อเสียเต็มไปหมดเลย ทำไมต้องมาติดอุปกรณ์อีกอย่างหนึ่งด้วย ทั้งๆที่เราก็แค่อยากเล่นฟุตบอลสนุกๆของเราแค่นั้น
จากข้อมูล สนับแข้งชิ้นแรกของโลกในบริบทของการเป็นอุปกรณ์ฟุตบอลนั้น เกิดขึ้นในปี 1874 และถูกออกกฎบังคับใช้อย่างจริงจังจาก FIFA ในปี 1990 โน่นเลย
ครับ ถึงแม้ว่าสนับแข้งจะมีตัวตนมากว่า 150 ปีแล้ว... แต่ก็ยังต้องใช้เวลาถึง 116 ปีโดยประมาณ กว่าจะเพิ่งถูกบังคับใช้กันแบบเป็นกฎเป็นกติกา
ขนาดหน่วยงานระดับโลก ยังใช้เวลาตระหนักขนาดนั้น ไม่แปลกเลยที่เมื่อคุณมองลงมาในระดับการเตะฟุตบอลทั่วไปตามพื้นที่ต่างๆแล้ว จะยังไม่ได้เห็นความสำคัญของมันซักเท่าไหร่
ประโยชน์ของมันก็ตรงตัว มันมีไว้ป้องกันหน้าแข้งของคุณ กับกีฬาที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น หรือมันเป็นการแข่งขันที่เข้มข้นดุเดือดซะมากกว่าอย่างฟุตบอลนี้ ดูเหมือนมันก็ไม่ได้ถึงขนาดไม่จำเป็นซะทีเดียวแบบที่มันควรจะโดนเมินมาตลอดขนาดนั้น
ในช่วงของการออกแบบช่วงแรกๆนั้น สนับแข้งจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ คลุมพื้นที่ตลอดทั่วทั้งหน้าแข้ง หากคุณย้อนไปดูภาพนักฟุตบอลในช่วงยุค 2000 จะเห็นเลยว่าสนับแข้งในยุคนั้น ใหญ่และครอบคลุมพื้นที่ขามากกว่าถุงเท้าครึ่งแข้งที่นิยมใส่กันในยุคปัจจุบันเสียอีก ซึ่งก็ไม่ผิด ในเมื่อจุดประสงค์ของมันเป็นแบบนั้น มันก็ต้องเน้นเรื่องการป้องกันเป็นหลัก
การที่นักกีฬา"ถูกบังคับ"ให้ต้องใส่สนับแข่งมาตั้งแต่ปี 1990 นั้น ถึงจะช้าไปหน่อย แต่ก็เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า สนับแข้งมันมีความสำคัญในแบบของมัน ในเมื่อเป็นกีฬาที่มีการปะทะกันตลอดเวลา โดยเฉพาะบริเวณขาที่เดี๋ยวก็ถลอก เดี๋ยวก็เจ็บ เดี๋ยวก็หักกันจนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เรื่อยๆ มันก็"จำเป็น"ที่จะต้องมีอุปกรณ์อะไรบางอย่างมาช่วยป้องกันไว้บ้าง
พูดถึงขนาดนี้ แต่ตัวตนและ"ความจำเป็น"ของสนับแข้ง ต่อให้เป็นในยุคปัจจุบัน ก็ยังไม่เคยได้รับความสำคัญอย่างเต็มที่เท่าที่ควรเลย ถึงแม้ว่ามันจะถูกกำหนดให้เป็นเครื่องแบบบังคับก็ตาม
กับคนที่เล่นฟุตบอลทั่วไปนี่ไม่ต้องพูดถึง แทบจะไม่ได้ใส่กันเลย โดยจะใส่ก็ต่อเมื่อมีกติกาครอบเท่านั้น ส่วนนักกีฬาอาชีพที่"ต้องใส่" เพื่อให้ถูกกติกา ก็มีทางเลือกมากมายให้เลือกใช้ และแน่นอนว่ามีทางเลือกให้สำหรับผู้เล่นในประเภทที่ไม่ชอบใส่สนับแข้งอยู่ด้วยเช่นกัน
ปัจจุบันสนับแข้งมีทั้งแบบที่เน้นการป้องกัน (protection) ระดับสูง บ้างก็เป็นวัสดุรับกระแทกแบบพรีเมียม บ้างก็เป็นคาร์บอนที่มีความแข็งแรง ไปจนถึงสนับแข้งจิ๋วที่เป็นกระแสนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในช่วงหลังๆที่ผ่านมา
แบรนด์กีฬาฟุตบอลน้อยใหญ่มากมายต่างก็มองหาวิธีการที่จะเจาะใจผู้คนให้ได้มากที่สุด โดยการมีสินค้าให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ
เช่นหากคุณมองหาการปกป้องที่แท้จริง คุณสามารถใช้แบบวัสดุคาร์บอนได้ หรือไม่ก็สามารถเลือกขนาดที่มันใหญ่ครอบคลุมขาของคุณได้
หรือหากคุณแค่ต้องหาสนับแข้งมาใส่ติดไว้ เพราะไม่งั้นมันจะผิดกติกา คุณก็สามารถเลือกใช้แบบขนาดเล็กจิ๋วได้ แถมได้กลิ่นอายของความเป็นแฟชั่นอีกต่างหาก
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสนับสนุนให้คุณเพิกเฉยต่อความปลอดภัยในการเล่นหรือผลักดันให้คุณละเลยการป้องกันของคุณแต่อย่างใด
แต่ความจริงที่ว่า ไม่ว่าจะเราจะอยากสนับสนุนให้เล่นฟุตบอลอย่างปลอดภัยขนาดไหนก็ตาม ก็จะยังมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่ได้เปิดใจ และอาจไม่คิดที่จะสนใจในการใส่สนับแข้งลงเล่นอยู่ดี สิ่งที่ผู้ผลิตจะสามารถทำได้ คือการออกแบบและมีตัวเลือกสินค้ารองรับให้กับ"ทุกความต้องการ"ให้ได้มากที่สุด เพราะถึงอย่างไรก็แล้วแต่ การใส่สนับแข้ง กับการไม่ใส่อะไรเลย มันก็มอบความปลอดภัยที่ต่างกันอยู่ดี
นอกจากนี้ เชื่อว่าต้องมีกลุ่มคนไม่น้อยที่เคย"รอด"จากอาการบาดเจ็บทั้งหนักและเบา เพราะได้สนับแข้งช่วยกันไว้อยู่เหมือนกัน
เพราะฉะนั้น สุดท้ายแล้ว เราก็คงไม่สามารถเอาไปแนะนำใครต่อใครได้อย่างเต็มปากหรอกครับ ว่า"ไม่ต้องไปใส่สนับแข้งมันหรอก มันไม่จำเป็น"